แล้วพวกคุณจะคิดถึง “อาร์แซน เวนเกอร์”

April 24, 2018 - 02:47 AM Updated on April 24, 2018 - 02:47 AM
หนึ่งในข่าวพาดหัวที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะอังกฤษในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ย่อมหนีไม่พ้นการประกาศอำลาตำแหน่งผู้จัดการทีม อาร์เซนอล ของ อาร์แซน เวนเกอร์ ที่อยู่ยงดำรงมานานถึง 22 ปี

ไม่มีใครปฏิเสธได้อย่างแน่นอนว่า เวนเกอร์  คือกุนซือระดับตำนานของวงการลูกหนังเมืองผู้ดี ผู้พลิกโฉมรูปแบบการเล่นของ  “ปืนใหญ่” จากที่น่าเบื่อแบบสุดติ่ง  จนกลายมาเป็นทีมที่เล่นเกมรุกได้สวยงามอย่างสุดโต่ง

นักเตะหลายคนที่ผ่านมาปลุกปั้นของเขา ถูกเปลี่ยนสถานะจากระดับทั่วไป  กลายเป็นชั้นแนวหน้าของวงการ ตลอดเวลาที่เขาสร้างชื่อในพรีเมียร์ ลีก

ตำนานไร้พ่าย คือ เรื่องที่พร้อมจะให้เล่าขานกันได้อย่างไม่รู้จบ  ซึ่งผมคงไม่ต้องไปอธิบายอะไรเพิ่มเติมมากมาย  เพราะตั้งแต่ที่มีข่าวประกาศอย่างเป็นทางการออกมานั้น  ข้อมูลตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันของกุนซือชาวฝรั่งเศสก็ถูกหยิบยกออกมาพูดถึงอย่างไม่รู้จบ

ฉะนั้นแล้วที่ผมอยากจะพูดถึงจึงไม่ใช่สถิติต่างๆที่เจ้าตัวเคยทำเอาไว้  แต่หากเป็นความรู้สึกของแฟนบอลแมนเชสเตอร์  ยูไนเต็ดคนนึงที่มีต่อกุนซือของทีมคู่ปรับที่ครั้งหนึ่งบดบี้ขยี้กันอยู่บนหัวตารางพรีเมียร์  ลีก

ตลอดช่วงเวลาหลายปีที่ตามเชียร์ทีมรักมา สำหรับผมแล้วนั้น  ยุคของการปะทะกันในช่วงพีคระหว่าง แมนฯยูไนเต็ด ของ เซอร์ อเล็กซ์  เฟอร์กูสัน กับ อาร์เซนอล ของ อาร์แซน เวนเกอร์ มันน่าดูชมมากกว่า  ‘ศึกแดงเดือด’ กับ ลิเวอร์พูล เสียอีก

การดวล หวดกันถึงพริกถึงขิงในสนามของนักเตะทั้งสองทีม  การปะทะคารมกันอย่างดุเดือดของกุนซือทั้งสองฝั่งที่ข้างสนาม  ที่บางครั้งลากยาวไปจนถึงการให้สัมภาษณ์หลังจบเกม คือ  เสน่ห์ที่เต็มไปด้วยความสนุกที่แฟนบอลทั้งสองทีมซึมซับอยู่แทบจะตลอดในช่วงระยะเวลานั้น

จึงกล่าวได้ว่า เวนเกอร์ น่าจะเป็นคู่ปรับที่บดกันอย่างสมน้ำสมเนื้อกับทาง  เฟอร์กูสัน มากที่สุดแล้วในช่วงเวลาที่ทั้งสองคนคุมทีมอยู่  ไม่ว่าจะเป็นแท็คติกในสนาม แพสชั่นในเกมหรือแม้กระทั่งฝีปากผ่านสื่อ

มันจึงทำให้ผมรู้สึกเสียใจอยู่ไม่น้อยที่ได้เห็นคู่ปรับตัวฉกาจของกุนซือที่ตัวเองเคารพรัก  ต้องลงจากตำแหน่งอย่างไม่โสภาสักเท่าไหร่ เสมือนฮีโร่ ทู ซีโร่

ไม่ว่าจะด้วยเหตุต่างๆมากมาย ทำให้ “ปืนใหญ่”  ในยุคหลังนั้นค่อยๆถดถอยและห่างหายจากความสำเร็จที่เคยมีไปเรื่อยๆ  มีกระแสและกลุ่มแฟนบอลที่ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งกุนซือขยายตัวมากขึ้นในช่วง  3-4 ปีหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากพลาดตั๋วแชมป์เปี้ยนส์  ลีกเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปีเมื่อฤดูกาล 2016-17


และกับฤดูกาลนี้ที่กลายมาเป็นฤดูกาลสุดท้ายของเจ้าตัวกับทีม  ก็ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถคว้าอันดับที่ 4 มาครองได้อีก เพราะมีก้างอย่าง  เชลซี และ ท็อตแน่ม ฮอต สเปอร์ส ขวางทางอยู่

แต่ถึงอย่างนั้นทั้งตัวสโมสร, นักเตะและ เวนเกอร์  เองก็ยังมีโอกาสให้ได้พิสูจน์และพอที่จะส่งท้ายการก้าวลงจากตำแหน่งของกุนซือวัย  68 ปีนั้น ไม่ได้ดูแย่มากจนเกินไป ด้วยการคว้าแชมป์ยูโรป้า  ลีกที่ยังเหลืออยู่ให้ได้ เพราะจะได้โควต้าการไปเล่นแชมป์เปี้ยนส์  ลีกในฤดูกาลหน้าอีกด้วย

ผมเชื่อว่าทุกคนในสโมสร อาร์เซนอล เอง  พร้อมที่จะทำให้สิ่งนั้นกลายเป็นจริงขึ้นมา  เพื่อเป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายในการปิดม่านการเป็นกุนซือของ เวนเกอร์  ให้กับทีมตลอด 22 ปี

เผลอๆอาจจะรวมถึงแฟนบอลทีมอื่นด้วย เพราะตัวผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น

จนถึงตอนนี้ยังไม่ได้มีการคาดหมายถึงกุนซือคนใหม่ของทีม “ปืนใหญ่” ที่จะเข้ามารับงานสานต่อในฤดูกาลหน้าแต่อย่างใด

แต่เชื่อเถอะครับว่าไม่ว่าสุดท้ายแล้ว อาร์เซนอล  จะได้ใครมาเป็นกุนซือแทนที่ของ เวนเกอร์  ไม่ว่าเขาคนนั้นจะทำทีมได้สำเร็จหรือล้มเหลวก็ตาม

ผมเชื่อว่าในฐานะแฟนบอลที่หายใจเข้าออกเป็นลูกกลมๆแล้วนั้น พวกเราจะคิดถึงเขาอย่างแน่นอน

ในฐานะที่ครั้งหนึงเขาเป็นเหมือนดั่งสัญลักษณ์ของ อาร์เซนอล

และเป็นตำนานกุนซือที่ควรค่าแก่การเคารพนับถือมากที่สุดคนหนึ่งในวงการฟุตบอลไงล่ะครับ   

ที่มา: http://www.soccersuck.com

News
Video