เปิดใจ "กิ๊กส์" 20 ปีหลังคว้า 3 แชมป์-รับเคยเกลียดอาร์เซนอลเข้าไส้

March 24, 2019 - 01:48 AM Updated on March 24, 2019 - 01:48 AM
ไรอัน กิ๊กส์ อดีตปีกขนดกทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดใจถึงเรื่องราวต่าง ๆ ในฤดูกาลที่ "ปีศาจแดง" คว้าสามแชมป์รายการเมเจอร์ไปครองได้อย่างยิ่งใหญ่เมื่อปี 1999 โดยมีหลายประเด็นรวมทั้งบรรดานักเตะของอาร์เซนอลที่เขาไม่ชอบขี้หน้าเอาเสียเลย
เดือนพฤษภาคมปีนี้ จะครบรอบ 2 ทศวรรษนับตั้งแต่กิ๊กส์และยูไนเต็ด คว้าแชมป์ 3 รายการเมเจอร์ ประกอบด้วยแชมเปี้ยนส์ ลีก, พรีเมียร์ ลีก และเอฟเอ คัพ โดยแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดถือเป็นสโมสรเดียวในอังกฤษที่เคยทำได้ และยังไม่มีทีมอื่นใดสามารถทำซ้ำได้ตั้งแต่ปี 1999 เมื่อกล่าวย้อนไปถึงความสำเร็จเมื่อ 20 ปีที่แล้ว อดีตนักเตะที่ปัจจุบันคุมทีมชาติเวลส์ และยังรักษาร่างกายได้เหมือนนักกีฬาอาชีพให้สัมภาษณ์ว่า: "ตอนนี้ผมรู้สึกภูมิใจในการคว้าสามแชมป์เอามาก ๆ ณ เวลานั้นผมเข้าใจนะว่ามันมีความหมายอย่างไรเพราะการทำให้สำเร็จนั้นยากมาก เป็นปีที่ทุกอย่างพลิกไปพลิกมาตลอด แต่ตอนนี้ผมสามารถกล่าวถึงสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสมแล้ว "ที่ลอนดอน คนขับแท็กซี่จะพูดกับผมว่า 'คุณทำชีวิตผมป่นปี้ในคืนนั้นที่วิลล่า พาร์ค' (ประตูโซโล่เดี่ยวที่ยิงใส่อาร์เซนอล) แฟนบอลยูไนเต็ดบอกผมว่าคืนนั้นเป็นเกมที่ดีที่สุดที่พวกเขาเคยได้เห็น แฟนบอลอาร์เซนอลจะบอกว่าพวกเขายังไม่ยกโทษให้กับผม" หนึ่งในสัปดาห์ที่น่าจดจำที่สุดในอาชีพการค้าแข้งของไรอัน กิ๊กส์ เกิดขึ้นจากการจัดหนักสองครั้งโดยเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 เมษายน 1999 ซึ่งเป็นช่วงพักครึ่งเกมที่ยูไนเต็ดตามหลังยูเวนตุส 1-0 ในการแข่งขันแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดแรกที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด เฟอร์กูสันสวดทั้งกิ๊กส์และเบ็คแฮมโดยด่าว่าทำงานไม่หนักพอ จนนาทีสุดท้ายของเกมปีกขนดกยิงประตูตีเสมอได้ ห้าวันหลังจากนั้นขณะที่ "ปีศาจแดง" เตรียมตัวแข่งขันกับอาร์เซนอลในเกมเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ นัดรีเพลย์ที่วิลล่า พาร์ค กิ๊กส์ถูกเฟอร์กี้เรียกเข้าไปคุยในออฟฟิศของเขา "เขาบอกผมว่าผมเล่นได้ไม่เหมือนกับที่เขาต้องการ เจ้านายบอกว่าเขาอยากให้ผมจำไว้ว่าผมเก่งในเรื่องไหน เขาบอกว่าผมกำลังหลุดไปจากสิ่งนั้น "เขาบอกผมว่า 'ฉันต้องการไรอัน กิ๊กส์แบบนี้ ไม่ใช่ไรอัน กิ๊กส์แบบนั้น' แน่นอน ผมได้ยินแล้วผมก็เซ็งดิ ผมเซ็งตลอดแหละแต่ผมรับฟัง เขาอยากให้ผมลากบอลจี้เข้าหาคู่แข่ง เขาอยากให้ผมเล่นตามสัญชาตญาณ" ผลลัพธ์จากบทสนทนาดังกล่าวกลายเป็นหนึ่งในโมเม้นต์ที่น่าจดจำที่สุดของประวัติศาสตร์บอลถ้วยอังกฤษ โดยกิ๊กส์ลากบอล 60 หลาก่อนยิงประตูชัยในช่วงต่อเวลาพิเศษ คืนนั้นเขาเป็นตัวสำรองและทำผลงานได้ไม่ดีเอาเสียเลย "ผมเสียบอลตลอด จากนั้นผมกลับไปเล่นด้วยสัญชาตญาณ ผมวิ่ง ตอนนั้นผมนึกในใจว่าประตูที่ยิงได้มันก็โอเคอยู่นะ หลังจบเกมที่ผมเพิ่งตระหนักว่าผมลากบอลไปไกลแค่ไหนก่อนยิงเข้าประตู "รอย คีนนั่งอยู่ในห้องแต่งตัวตอนที่ผมเดินเข้าไป เขาพูดว่า 'มาแล้ว ไอ้ห่าคนช่วยชีวิต' นักเตะคนอื่น ๆ ก็ฉลองกันใหญ่ แต่พวกเขาฉลองเพราะว่ามันเป็นประตูชัย ไม่ใช่เพราะเป็นประตูระดับโลก" อาร์เซนอลภายใต้การคุมทีมของอาร์แซน เวนเกอร์ คว้าดับเบิ้ลแชมป์ในฤดูกาลก่อนหน้านั้น และเริ่มต้นซีซั่น 98/99 ด้วยการถล่มยูไนเต็ด 3-0 ในศึกชาริตี้ ชิลด์และพรีเมียร์ ลีก "อย่าว่าแต่สามถ้วยเลย แค่ถ้วยเดียวในตอนนั้นก็รู้สึกว่าห่างไกลสุด ๆ พวกเราตกอยู่ภายใต้ความกดดัน" ความเป็นอริระหว่างแมนฯ ยูไนเต็ด และอาร์เซนอลในใจของกิ๊กส์นั้นไหลลึกมากกว่าที่แฟนบอลคาดคิด "ผมไม่ชอบอาร์เซนอล" กิ๊กส์พูดโดยไม่กะพริบตา "ผมไม่ชอบวิเอร่าเพราะเขาเล่นสกปรก และรอดตัวไปได้ ผมไม่ชอบเปอตีต์เพราะเขาไว้ผมยาว ผมไม่ชอบเบิร์กแคมป์ "ผมไม่ชอบปิแรส แม้ว่าตอนนี้เวลาเจอกันเขาแม่งโคตรจะเป็นคนดีก็ตาม ผมไม่มองพวกเขาเลยด้วยซ้ำ ไม่รู้จักพวกเขาและไม่อยากรู้จัก ผมไม่ยอมให้ตัวเองให้ค่าพวกเขาสักคน "เบิร์กแคมป์เหรอ? ไม่อ่ะ ผมเฝ้าบอกตัวเองว่าหมอนั่นไม่เก่งเท่าเอริค คันโตน่า จริง ๆ ผมไม่ใช่คนประเภทนั้น ไม่ใช่ตัวผมจริง ๆ แต่คุณต้องเอาความคิดแบบนั้นใส่หัวไว้ ความไม่ชอบเข้าไส้ มันคือแรงบันดาลใจล้วน ๆ แต่ลึก ๆ ในใจแล้วพวกเรารู้นะ พวกนี้คือยอดนักเตะและความเป็นอริคือทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับเรา มันลึกยิ่งกว่าลิเวอร์พูลเสียอีกในตอนนั้น" ยูไนเต็ดคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีกด้วยการเฉือนอาร์เซนอลหนึ่งแต้ม โดยมีสถิติไม่แพ้ให้กับคู่แข่งรวมทุกรายการตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม แต่ความสัมพันธ์ของพวกเขากับอาร์เซนอลถือว่าแตกหักในการแข่งขันเอฟเอ คัพที่วิลล่า พาร์ค คีน นิยามการดวลแข้งกับเปอตีต์ และวิเอร่าว่าเป็นสงคราม ซึ่งแข้งจอมโหดโดนใบแดงไล่ออกในเกมนั้น เบิร์กแคมป์พลาดจุดโทษในนาทีสุดท้ายก่อนช่วงต่อเวลาพิเศษ อย่างไรก็ตามหลังจบแมตช์ โทนี่ อดัมสต์ และ ลี ดิ๊กสัน เป็นผู้เล่น "ปืนใหญ่" สองคนที่รอจับมือแสดงความยินดีอยู่หน้าห้องแต่งตัวของยูไนเต็ด "ผมไม่รู้ว่าถ้าเป็นผมจะทำแบบนั้นไหม ผมไม่รู้จริง ๆ..." เกมเอฟเอ คัพนัดดังกล่าว เป็นเบ็คแฮม และกิ๊กส์ที่ยิงประตูให้ยูไนเต็ดผ่านเข้าชิง ซึ่งสัปดาห์ก่อนหน้านั้น ทั้งสองคนเพิ่งโดนเฟอร์กูสันด่าไปหมาด ๆ ประเด็นนี้เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ หรือเป็นทักษะการจัดการส่วนบุคคลของเฟอร์กูสัน? "ตอบยากนะ แต่เขาเลือกด่าผมกับเบ็คส์เป็นประจำ ผมว่าอาจเป็นเพราะเขารู้ว่าเราสองคนโกรธแป๊บเดียวก็หาย และเขาจะได้รับปฏิกิริยาตอบสนองในสนาม "แต่เขาใช้พวกเราเป็นตัวอย่างเหมือนกัน เราสองคนโดนด่าบ่อยกว่าคนอื่น มีปรีซีซั่นครั้งหนึ่งที่อเมริกา เขาด่าผมต่อหน้าทุกคน ผมโกรธดิแล้วเข้าไปคุยกับเขาหลังจากนั้น "เขาบอกว่ามันเป็นแผนเพราะเขารู้ว่าพวกดาวรุ่งจะรู้สึกว่าถ้า กิ๊กส์ โดนด่าได้ก็ไม่มีใครที่จะปลอดภัย ตอนนั้นผมบ่นเรื่องนี้ให้เพื่อนฟังตลอด แต่เวลาลงสนามมันก็น่าจะช่วยให้ผมเล่นได้ดีขึ้นนะ เซอร์ อเล็กซ์รู้ว่าเขากำลังทำอะไรกับผมและเบ็คส์ เขากดปุ่มของเรา เขาผิดหรือเปล่า? แน่นอนว่าไม่ผิด" ในส่วนประเด็นฮีโร่ผู้ทำประตูชัยในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีกนัดชิงชนะเลิศ พบ บาเยิร์น มิวนิค ก็คือโอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ กุนซือแมนฯ ยูไนเต็ดคนปัจจุบัน รอย คีนเคยให้สัมภาษณ์บอกว่าตอนเห็นกองหน้าทีมชาตินอร์เวย์ครั้งแรกที่สนามซ้อมในปี 1996 เขาคิดว่าโซลชาร์เป็นแฟนบอลวัยรุ่นคนหนึ่ง สำหรับความทรงจำแรกที่กิ๊กส์มีต่อโซลชาร์ เขาเผยว่า: "ผมจำช่วงซ้อมยิงครั้งแรกได้ ผมไม่เคยได้ยินชื่อหมอนี้มาก่อน แต่พอเห็นเขายิงแล้วนึกในใจว่า 'ไอ้เห้เอ้ย ไอ้นี่มันใครวะ?' "ผมบอกเพื่อน ๆ ของผมว่าเพิ่งได้ซ้อมกับนิว เชียร์เรอร์มาว่ะ" ที่มา : http://www.soccersuck.com
News
Video