ยูงทองคะนองยุโรป! ย้อนตำนาน 'ลีดส์ ยูไนเต็ด' ชุดเข้ารอบรองฯ UCL

May 28, 2020 - 12:30 PM Updated on May 28, 2020 - 12:30 PM
ลีดส์ ยูไนเต็ด ที่กำลังลุ้นเลื่อนชั้นอยู่ในขณะนี้ ครั้งหนึ่งพวกเขาเคยไปไกลถึง UCL รอบ 4 ทีมสุดท้าย เราจึงขอพาไปรำลึกถึงนักเตะชุดนั้นกันอีกครั้ง
ไนเจล มาร์ติน | เริ่มกันที่ผู้รักษาประตูชาวอังกฤษ เขาสร้างชื่อจนเป็นตำนานของพาเลซ ก่อนย้ายมาร่วมทัพยูงทองด้วยวัยแตะเลข 3 ในปี 1996 ทั้งประสบการณ์และความนิ่งที่สั่งสมมา ทำให้ยึดมือหนึ่งของทีมได้ไม่ยากนัก ในฤดูกาล 2000/01 โชคร้ายที่เขาโดนอาการบาดเจ็บเล่นงานและหายจากสนามไปถึง 3 เดือน แต่สถิติในแชมเปี้ยนส์ลีกยังคงสุดยอดด้วยการเก็บคลีนชีทไปถึง 5 ครั้ง จากการลงสนาม 12 นัด ก่อนจะย้ายออกจากทีมไปร่วมทัพเอฟเวอร์ตันในปี 2003 และแขวนถุงมือในปี 2006 กับเดอะ ท็อฟฟีส์ เนื่องจากอาการบาดเจ็บเรื้อรังที่บริเวณข้อเท้า แกรี เคลลี | แบ็กขวาชาวไอร์แลนด์ย้ายมาสู่อคาเดมีของลีดส์ในฤดูกาล 1991/92 ก่อนจะถูกดันขึ้นชุดใหญ่ในฤดูกาลต่อมา จุดเด่นอยู่ที่การเติมเกมรุกและลูกเปิดที่แม่นยำ สถิติในแชมเปี้ยนส์ลีกฤดูกาล 2000/01 ลงเล่นไปทั้งสิ้น 12 นัด เป็นตัวจริง 11 นัด พร้อมทำได้ 1 แอสซิสต์ ในเกมถล่มเบซิคตัส 6-0 เจ้าตัวคือตำนานและเป็น “วัน แมน คลับ” ที่เล่นให้สโมสรแห่งนี้ทั้งในยุครุ่งโรจน์บนพรีเมียร์ลีกและแชมเปี้ยนชิพ จนถึงวันแขวนสตั๊ดในปี 2007 ด้วยสถิติตลอดอาชีพค้าแข้งที่ 483 นัด เอียน ฮาร์ท | แบ็คซ้ายเท้าชั่งทองผู้มีจุดขายอยู่ที่การยิงฟรีคิกอันเฉียบคมและการยิงไกลที่หนักหน่วง เจ้าตัวคือดาวรุ่งพุ่งแรงที่ติดทีมยอดเยี่ยมแห่งปีในฤดูกาล 1999/00 และในฤดูกาล 2000/01 ก็ยังคงเป็นกำลังหลักทางกราบซ้ายด้วยการลงเล่นในแชมเปี้ยนส์ลีกไป 17 นัด ทำได้ 4 ประตู 3แอสซิสต์ หลังออกจากลีดส์ เขาก็พเนจรไปหลายสโมสรทั้งเลบานเต้, ซันเดอร์แลนด์, แบล็คพูล, คาร์ไลล์ ยูไนเต็ด, เรดดิ้ง และบอร์นมัธเป็นสโมสรสุดท้าย ก่อนจะรีไทร์ด้วยวัย 37 ปี โอลิวิเยร์ ดากูร์ | ห้องเครื่องเฟร้นช์แมนย้ายจากล็องส์มาอยู่กับลีดส์เป็นช่วงสั้น ๆ แต่ก็เป็นคนคุมจังหวะเกมให้ทีมขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างลื่นไหล สถิติในแชมเปี้ยนส์ลีกฤดูกาล 2000/01 ลงเล่นไปทั้งสิ้น 14 นัด และเป็นตัวจริงครบทุกนัด ฝากผลงานไว้กับทีมทั้งสิ้น 81 นัด ทำได้ 3 ประตู 2 แอสซิสต์ ก่อนจะย้ายซบโรมาในปี 2003 หลังจากนั้นก็ไปเล่นให้กับอินเตอร์ มิลาน, ฟูแลม และแขวนสตั๊ดหลังหมดสัญญากับสตองดาร์ด ลีแอช ในปี 2010 ลูคัส ราเดเบ | กองหลังกัปตันทีมวัย 31 ปี ที่เป็นหัวใจในแนวรับและคอยผลักดันให้เหล่าดาวรุ่งเฉิดฉาย เขาย้ายมาจากไกเซอร์ ชีฟส์ ทีมดังในแอฟริกาใต้ เมื่อปี 1994 ด้วยการเป็นตัวแถมของ ฟิล มาซิงกา กองหน้าเพื่อนร่วมชาติ แต่เมื่อเวลาผ่านไป เจ้าตัวก็แสดงให้เห็นแล้วว่ามีความยอดเยี่ยมขนาดไหน จุดเด่นอยู่ที่ความแข็งแกร่งและความเป็นผู้นำที่สูง สถิติในแชมเปี้ยนส์ลีกฤดูกาล 2000/01 ลงเล่นไปทั้งหมด 10 นัด และอยู่ช่วยยูงทองนานถึง 11 ฤดูกาล ก่อนแขวนสตั๊ดในปี 2005 ด้วยผลงานการลงสนามให้ทีมรวม 235 นัด ทำได้ 2 ประตู โจนาธาน วู้ดเกต | กองหลังอนาคตไกลที่เล่นได้โดดเด่นเกินอายุ เขาเป็นแนวรับประเภทที่เน้นอ่านเกมและตัดบอลให้ถูกจังหวะ มากกว่าการเข้าปะทะตรง ๆ โดยลงเล่นไปเพียง 5 นัดในแชมเปี้ยส์ลีก ฤดูกาล 2000/01 เขาได้รับโอกาสมากขึ้นหลังราเดเบเริ่มโรยรา แต่โชคร้ายหลังออกจากทีม แม้เขาจะได้ค้าแข้งกับทีมอย่างนิวคาสเซิล, เรอัล มาดริด และสเปอร์ส์ แต่เขามีปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่บ่อยครั้ง ทำให้ไม่สามารถสร้างชื่อขึ้นไปเป็นนักเตะระดับท็อปได้ ปัจจุบันเจ้าตัวกำลังรับงานเป็นกุนซือให้มิดเดิลสโบรห์ ทีมในลีกแชมเปี้ยนชิพ ที่กำลังดิ้นรนหนีตกชั้น โดยมีแต้มห่างโซนอันตรายเพียง 2 คะแนน ร็อบบี้ คีน | ดาวยิงวัย 19 ปี ย้ายมาแบบยืมตัวจากอินเตอร์ มิลาน ก่อนที่ลีดส์จะซื้อขาดในเวลาต่อมา แต่ก็อยู่ได้เพียงฤดูกาลเดียว ก็ย้ายไปสร้างชื่อจนเป็นตำนานของท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ด้วยความที่ย้ายมาช่วงตลาดหน้าหนาว ทำให้ไม่มีส่วนช่วยทีมในแชมเปี้ยนส์ลีกฤดูกาล 2000/01 แต่ก็ฝากผลงานกับทีมไว้ที่ 18 ประตู จากการลงสนาม 55 นัด ปัจจุบันเขากลายเป็นผู้ช่วยของวู้ดเกตที่มิดเดิลสโบรห์ ไมเคิล บริดเจส | กองหน้าดาวโรจน์ที่ย้ายมาร่วมทัพลีดส์ในปี 1999 และระเบิดฟอร์มเทพตั้งแต่ฤดูกาลแรกด้วยการกดไป 21 ประตู จากการลงสนาม 46 นัด แต่โชคร้ายที่ในฤดูกาล 2000/01 เจ้าตัวได้ลงเล่นในแชมเปี้ยนส์ลีกไปเพียง 4 นัด ก่อนจะได้รับบาดเจ็บยาวจนจบฤดูกาล หลังจากนั้นก็กลายเป็นนักเตะพเนจรอยู่นับ 10 ปี และแขวนสตั๊ดกับแลมป์ตัน จาฟฟาส ทีมในลีกรองออสเตรเลีย เมื่อปี 2015 มาร์ค วิดูก้า | ดาวยิงชาวออสซีคือนักเตะใหม่ป้ายแดงที่เพิ่งย้ายเข้ามาในซัมเมอร์ 2000/01 ด้วยความสูงถึง 188 ซม. และร่างกายที่แข็งแกร่ง หน้าที่หลักของเขาจึงเป็นการพักบอลในแดนหน้าให้กองกลางสอดขึ้นมาทำประตูจากแถวสอง ผลงานในแชมเปี้ยนส์ลีกฤดูกาลแรกอยู่ที่ 4 ประตู 4 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 16 นัด และตลอด 4 ฤดูกาลกับยูงทอง เจ้าตัวยิงไป 68 ประตู 8 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 159 นัด ก่อนที่จะย้ายไปมิดเดิลสโบรห์ และนิวคาสเซิลเป็นสโมสรสุดท้าย แฮร์รี คีเวลล์ | ปีกซ้ายพรสวรรค์ผู้มีฝีเท้ายอดเยี่ยมที่สุดคนหนึ่งเท่าที่พรีเมียร์ลีกเคยมีมา เท้าซ้ายฟ้าประทานของเขาทำได้ตั้งแต่ลากเลื้อยแหวกกองหลัง เปิดบอลสุดแม่น รวมถึงยิงประตูเฉียบคม จนกลายเป็นกำลังสำคัญที่ทีมจะขาดไม่ได้ แต่โชคร้ายมาเยือนเมื่อเจ้าตัวได้รับบาดเจ็บหนักตั้งแต่ฤดูกาล 2000/01 ยังไม่เปิดฉาก และต้องพักยาว 5 เดือน ทำให้ลงสนามในถ้วยยุโรปฤดูกาลนี้ไปเพียง 9 นัด ทำได้ 3 แอสซิสต์ เขาย้ายไปร่วมทัพลิเวอร์พูลในปี 2003 ด้วยการแยกทางกับลีดส์ที่ไม่สวยนัก พร้อมกับฟอร์มการเล่นที่ค่อย ๆ ดร็อปลงเนื่องจากเล่นในตำแหน่งที่ไม่ถนัดและอาการบาดเจ็บที่รบกวนบ่อยครั้ง ลี โบว์เยอร์ | ปีกขวาจอมแกร่ง ผู้สามารถถอยลงมาเล่นกองกลางตัวรับได้ ด้วยสไตล์การเล่นที่ดุดันและเข้าบอลหนัก จึงไม่แปลกที่เขาจะสะสมใบเหลืองได้เป็นจำนวนมากตลอดการค้าแข้ง สถิติในแชมเปี้ยนส์ลีกฤดูกาล 2000/01 ลงเล่นไปทั้งสิ้น 15 นัด ทำได้ 5 ประตู 1 แอสซิสต์ หลังย้ายออกจากลีดส์ในปี 2003 เขาก็ยังคงโลดแล่นอยู่ในเกาะอังกฤษกับเวสต์แฮม, นิวคาสเซิล, เบอร์มิงแฮม และอิปวิช ทาวน์ ปัจจุบันเจ้าตัวคือนายใหญ่ของชาร์ลตัน แอธเลติก และทำผลงานได้ยอดเยี่ยมด้วยการพาต้นสังกัดเลื่อนชั้นขึ้นมาลีกแชมเปี้ยนชิพเมื่อฤดูกาลก่อน พอล โรบินสัน | นายด่านดาวรุ่งวัย 20 ปี เป็นมือสองของทีมชุดนี้ และได้โอกาสฉายแววเนื่องจาก มาร์ติน ได้รับอาการบาดเจ็บ โดยเก็บได้ 2 คลีนชีท จากการลงสนาม 6 นัดในแชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาล 2000/01 ก่อนจะยึดมือหนึ่งได้ในฤดูกาล 2002/03 และคว้ารางวัลนักเตะแห่งปีของสโมสรได้ในปีเดียวกัน หลังจากนั้นก็ย้ายไปสร้างชื่อกับสเปอร์สและแบล็กเบิร์น สโมสรสุดท้ายก่อนแขวนถุงมือคือเบิร์นลีย์ ที่เจ้าตัวได้เฝ้าเสาไปเพียง 3 นัดเท่านั้น สตีเฟน แม็คเฟล | มิดฟิลด์ดาวรุ่งที่โตมาจากอคาเดมีของลีดส์ และเป็นกำลังสำคัญของทีมในฤดูกาล 1999/00 ทว่าในฤดูกาลถัดมา ด้วยอาการบาดเจ็บที่ได้รับและความฟิตที่หดหาย บทบาทในทีมจึงลดลงไป ทำให้ลงเล่นถ้วยยุโรปเพียง 3 นัด หลังย้ายออกจากทีม เจ้าตัวก็ค่อย ๆ หายไปจากลีกสูงสุด ด้วยการค้าแข้งกับมิลวอลล์, น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์, บาร์นส์ลีย์, คาร์ดิฟฟ์, เชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ และแชมร็อค โรเวอร์ส เป็นสโมสรสุดท้าย เจสัน วิลค็อกซ์ | ปีกซ้ายชาวอังกฤษที่กลายเป็นตำนานด้วยการพาแบล็กเบิร์นคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 1994/95 ก่อนจะย้ายมาร่วมทัพลีดส์ในปี 1999 ทว่าเขาก็เป็นอีกคนที่ได้รับบาดเจ็บในฤดูกาล 2000/01 ทำให้ลงสนามในแชมเปี้ยนส์ลีก ไปเพียง 5 นัด ทำได้ 1 ประตู ก่อนจะแยกทางกับทีมในปี 2004 ฝากผลงาน ไว้ที่ 97 นัด 6 ประตู 4 แอสซิสต์ ปัจจุบันเจ้าตัวทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการอคาเดมีให้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ อลัน สมิธ | หัวหอกวัย 19 ปี ฉายา “สมัดเจอร์” จุดเด่นอยู่ที่เทคนิคและลูกโหม่ง ฤดูกาล 2000/01 ถือเป็นปีที่ดีที่สุดของเขาก็ว่าได้ ด้วยการซัดไป 18 ประตูรวมทุกรายการ โดยเป็นแชมเปี้ยส์ลีก 5 ประตู จาก 14 นัด ด้วยความที่เป็นคนใจร้อน ทำให้โดนใบเหลือง ใบแดงอยู่บ่อยครั้ง และสิ่งที่แฟนบอลทุกคนจำได้เกี่ยวกับนักเตะรายนี้ก็คือเหตุการณ์ขาหักในปี 2006 ขณะที่เล่นให้แมนฯ ยูฯ หลังหายเจ็บกลับมา ฟอร์มการเล่นก็ไม่เปรี้ยงเท่าเดิม ทำให้ชื่อของเจ้าตัวค่อย ๆ หายไป และแขวนสตั๊ดกับทีมเล็ก ๆ อย่างน็อตส์ เคาน์ตี้ ในปี 2018 แดนนี มิลส์ | แบ็คขวาจอมโหด ผู้มีจุดเด่นอยู่ที่การเข้าบอลหนัก และความฟิตที่สามารถวิ่งได้ไม่มีหมดตลอดทั้งเกม เจ้าตัวมีโอกาสลงเล่นในแชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาล 2000/01 ไปทั้งสิ้น 14 นัด และฝากผลงานไว้กับทีมทั้งสิ้น 131 นัด ก่อนจะย้ายไปแมนฯ ซิตี้ ในปี 2004 ทว่าก็ไม่สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงถาวรได้ จนถูกเรือใบปล่อยยืมไปถึง 3 ครั้ง และแขวนสตั๊ดด้วยวัยเพียง 32 ปี ในปี 2009 เอริค บัคเค | กองกลางชาวนอร์เวย์ ที่เล่นได้ทั้งรุกและรับ หน้าที่หลักคือการตัดบอลฝ่ายตรงข้าม และจับคู่กับดากูร์ได้เป็นอย่างดี ด้วยการลงสนาม 12 นัด ทำได้ 1 ประตู ในแชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาล 2000/01 ทว่าอาการบาดเจ็บหนักในฤดูกาล 2003/04 เจ้าตัวก็ไม่สามารถโชว์ฟอร์มในระดับท็อปได้อย่างเดิม ก่อนจะถูกปล่อยให้วิลลายืมตัว และย้ายกลับไปแขวนสตั๊ดในลีกบ้านเกิดในเวลาต่อมา เดวิด แบ็ตตี้ | มิดฟิลด์ที่โตมาจากอคาเดมีของลีดส์ และค้าแข้งกับทีมอยู่ 2 ช่วง คือระหว่าง 1987-1993 และ 1998 จนถึงแขวนสตั๊ดในปี 2004 ในฤดูกาล 2000/01 ขณะนั้นเจ้าตัวอายุ 31 ปี และทำหน้าที่คอยตัดจังหวะเกมรุกของคู่แข่ง และจ่ายบอลให้กับบรรดาดาวรุ่งในทีมเล่นง่ายขึ้น โดยลงเล่นในแชมเปี้ยนส์ลีกไป 8 นัด ทำได้ 1 แอสซิสต์ ริโอ เฟอร์ดินานด์ | แนวรับดาวรุ่งวัย 21 ปี ย้ายมาจากเวสต์แฮมเมื่อซัมเมอร์ 2000 ด้วยค่าตัวถึง 18 ล้านปอนด์ มีโอกาสลงเล่นในแชมเปี้ยนส์ลีกฤดูกาล 2000/01 ไป 7 นัด ทำได้ 1 ประตู และยึดตำแหน่งตัวจริงของทีมเรื่อยมา ก่อนจะย้ายไปร่วมทัพแมนฯ ยูฯ ในปี 2002 ด้วยค่าตัว 29 ล้านปอนด์ ซึ่งเขาก็ยังคงรักษาฟอร์มแกร่งในการจับคู่กับเนมันยา วิดิช พาปีศาจแดงกวาดแชมป์ได้มากมาย และขึ้นแท่นตำนานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดมินิค มัตเตโอ | ดาวเตะป้ายแดงที่เพิ่งย้ายมาจากลิเวอร์พูล เขาคือนักเตะสารพัดประโยชน์ที่เล่นได้ทั้งปีกซ้าย แบ็คซ้าย และกองหลังตัวกลาง แทนที่ราเดเบและวู้ดเกตที่สลับกันมีอาการบาดเจ็บ โดยสถิติในแชมเปี้ยนส์ลีกฤดูกาล 2000/01 ลงเล่นไปทั้งสิ้น 15 นัด ทำได้ 2 ประตู 1 แอสซิสต์ เมื่อเข้าสู่ปลายอาชีพค้าแข้ง เขาย้ายไปเล่นให้กับแบล็กเบิร์น และสโต๊ค แต่อาการบาดเจ็บหนักที่ได้รับเมื่อกลางฤดูกาล 2007/08 ทำให้เขาไม่ได้ลงสนามอีกเลยจนจบฤดูกาล 2008/09 และประกาศรีไทร์ในที่สุด ที่มา:www.goal.com
News
Video