Best XI : ทีมยอดเยี่ยม พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019-20

July 28, 2020 - 08:35 PM Updated on July 28, 2020 - 08:35 PM
ลีกสูงสุดอังกฤษเพิ่งรูดม่านปิดฉากลงอย่างเป็นทางการ และนี่คือนักเตะที่ดีที่สุดในฤดูกาลนี้ คัดเลือกโดย Goal
ผู้รักษาประตู: นิค โป๊ป (เบิร์นลีย์) แม้จะชวดคว้าถุงมือรางวัลไปอย่างน่าเสียดาย จากการเก็บคลีนชีตได้น้อยกว่า เอแดร์ซอน ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้แค่ครั้งเดียว แต่ต้องยอมรับว่า นิค โป๊ป คือผู้รักษาประตูที่โดดเด่นที่สุดในฤดูกาลนี้อย่างแท้จริง ผู้รักษาประตูวัย 28 ปี ถือเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้เบิร์นลีย์จบอันดับ 10 ครึ่งบนของตารางพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ และน่าจะเป็นผู้เล่นที่แฟนบอลลิเวอร์พูลจดจำได้ดี ด้วยการฟอร์มสุดหนึบเซฟไปถึง 8 ครั้งในเกมที่แอนฟิลด์ และด้วยความเหนียวหนึบแบบนี้ ทำให้ถูกคาดหมายว่าจะก้าวไปเป็นมือหนึ่งทีมชาติอังกฤษคนใหม่แทนที่ของ จอร์แดน พิคฟอร์ด ซึ่งผลงานตกลงไปจากเดิมในระยะหลังแบ็คขวา: เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ (ลิเวอร์พูล) ในวัยเพียงแค่ 21 ปี แบ็คขวาดาวรุ่งของลิเวอร์พูลสถาปนาตัวเองกลายเป็นเทพจอมแอสซิสต์ของพรีเมียร์ลีกในยุคนี้อย่างเต็มตัวไปแล้ว เจ้าหนูเทรนท์ทำลายสถิติเดิมของตัวเองเมื่อฤดูกาลก่อน ด้วยการทำไปถึง 13 แอสซิสต์ในฤดูกาลนี้ พร้อมเป็นกำลังสำคัญพาหงส์แดงคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกที่รอคอยได้สำเร็จ นอกจากเชี่ยวชาญเรื่องการแอสซิสต์แล้ว เขายังจัดการกดไป 4 ประตูในฤดูกาลนี้ โดยเฉพาะลูกสุดท้ายที่โชว์ความเป็นเท้าชั่งทองปั่นฟรีคิกสุดสวยใส่เชลซีในเกมฉลองแชมป์เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ: เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ (ลิเวอร์พูล) กองหลังชาวดัตช์ยังคงเป็นหัวใจในแนวรับสุดแข็งแกร่งของลิเวอร์พูล ที่ช่วยให้ทีมเสียประตูน้อยที่สุดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ และนอกจากฟอร์มโดดเด่นในเกมรับแล้ว ฟาน ไดค์ ยังมีทีเด็ดในการเติมเกมรุกขึ้นมาทำไปได้ถึง 5 ประตู โดยเฉพาะการทำ 2 ประตูสุดสำคัญพาทีมคว้าชัยชนะ 2-1 ในเกมพบกับไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ขณะเดียวกัน ดาวเตะวัย 29 ปี ยังถือเป็นนักเตะรายเดียวของหงส์แดงที่ลงสนามครบทุกนัดทุกนาทีในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้อีกด้วยเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ: ชาลาร์ โซยุนจู (เลสเตอร์ ซิตี้) แม้ว่า เลสเตอร์ ซิตี้ จะต้องเสีย แฮร์รี แม็คไกวร์ ไปให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทว่ากลับกลายเป็นการเปิดโอกาสให้ ชาลาร์ โซยุนจู แจ้งเกิดเป็นสุดยอดกองหลังของพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้อย่างแท้จริง ดาวเตะชาวตุรกีทดแทนการขาดหายไปของ แม็คไกวร์ ได้แบไร้ที่ติ และการที่เขาโดนแบนใน 3 เกมสุดท้าย ก็มีส่วนทำให้จิ้งจอกสยามพลาดคว้าโควตาไปลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอย่างน่าเสียดาย และด้วยวัย 24 ปี ก็มีแววว่าเขาอาจจะพัฒนาฟอร์มการเล่นขึ้นมาระดับสูงมากกว่านี้อีกด้วย หากได้สั่งสมประสบการณ์บนพรีเมียร์ลีกเพิ่มขึ้นกว่าเดิมแบ็คซ้าย: แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน (ลิเวอร์พูล) แบ็คซ้ายเลือดสก็อตต์ถือว่าโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมไม่แพ้เพื่อนร่วมทีมในฝั่งขวาอย่าง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ โรเบิร์ตสัน ทำลายสถิติแอสซิสต์เมื่อฤดูกาลก่อนของตัวเองได้เหมือนกับเจ้าหนูเทรนท์ ด้วยการทำไป 12 แอสซิสต์ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ รวมถึงยังยิงไปได้ 2 ประตูอีกด้วย น่าปวดหัวแทนคู่แข่งที่ต้องเจอกับหงส์แดงไม่น้อย ในการต้องเจอกับทีมที่มีฟูลแบ็คสายบุกจอมแอสซิสต์ทั้งสองฝั่งแบบนี้กองกลาง: เควิน เดอ บรอยน์ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้) แม้ว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะพลาดการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 3 สมัยติดต่อกัน แต่ฟอร์มส่วนตัวของ เควิน เดอ บรอยน์ ก็ยังคงยอดเยี่ยมเช่นเคย ดาวเตะชาวเบลเยียมจัดการทาบสถิติของตำนานอย่าง เธียร์รี อองรี ด้วยการทำไปถึง 20 แอสซิสต์ ภายในฤดูกาลเดียว นอกจากนี้ยังกดไปถึง 13 ประตู ซึ่งเป็นฤดูกาลที่ตัวเขาเองยิงได้มากที่สุดในพรีเมียร์ลีกอีกด้วยกองกลาง: จอร์แดน เฮนเดอร์สัน (ลิเวอร์พูล) กัปตันทีมลิเวอร์พูลได้ซอยเท้าชูถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกสมใจ พร้อมกับการโชว์ฟอร์มส่วนตัวที่ยอดเยี่ยมจนได้รับคำชมอย่างล้มหลาม เฮนเดอร์สัน ทำไป 4 ประตู กับอีก 5 แอสซิสต์ ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ แต่ที่เหนือกว่านั้นคือการเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยพาหงส์แดงทวงความยิ่งใหญ่กลับมาได้อีกครั้ง และด้วยความยอดเยี่ยมเช่นนี้ ก็ส่งผลให้สมาคมผู้สื่อข่าวของอังกฤษ พร้อมใจกันลงคะแนนโหวตให้เขาเป็นนักเตะยอดเยี่ยมประจำปีนี้กองกลาง: บรูโน แฟร์นันด์ส (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) การย้ายมาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของดาวเตะชาวโปรตุเกส ถือว่าเป็นดีลยอดเยี่ยมของตลาดซื้อขายเดือนมกราคมอย่างแท้จริง บรูโน แฟร์นันด์ส เข้ามายกระดับปีศาจแดงจากทีมที่ผลงานสุดน่าผิดหวังในช่วงครึ่งฤดูกาลแรก ให้กลับมาเป็นทีมที่คู่แข่งเกรงกลัวอีกครั้ง และที่สำคัญ 14 เกมที่เขาลงเล่นในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ แมนฯ ยูฯ ไม่แพ้ให้แก่ทีมใดเลยแม้แต่นัดเดียวเลยกองหน้าฝั่งขวา: โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (ลิเวอร์พูล) แม้ว่าจะชวดคว้าดาวซัลโว 3 สมัยติดต่อกัน แต่ฟอร์มส่วนตัวของ โม ซาลาห์ ก็ยังคงยอดเยี่ยมไม่เปลี่ยนแปลง แต่การกดไป 19 ประตูในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ก็ยังทำให้แนวรุกชาวอียิปต์ครองตำแหน่งดาวซัลโวของหงส์แดงเป็นฤดูกาลที่ 3 ติดต่อกัน และเหนือสิ่งอื่นใด คือการเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยพาทีมปิดจ็อบคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกที่รอคอยได้สำเร็จกองหน้าฝั่งซ้าย: ซาดิโอ มาเน (ลิเวอร์พูล) ดาวเตะเซเนกัลยังคงโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมไม่แพ้เพื่อนร่วมทีมในแนวรุกอย่าง โม ซาลาห์ ในฤดูกาลสุดน่าจดจำของลิเวอร์พูล มาเน จัดการกดไป 18 ประตู มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของลิเวอร์พูล รวมถึงยังทำไปอีก 9 แอสซิสต์ นอกจากนี้ เขายังเป็นผู้ทำประตูสุดท้ายของลิเวอร์พูลในฤดูกาลนี้ ก่อนพาทีมเก็บได้ 99 แต้มกองหน้าตัวเป้า: เจมี วาร์ดี้ (เลสเตอร์ ซิตี้) ใครจะไปคาดคิดว่า กองหน้าที่วัยล่วงเลยมาถึง 33 ปี จะก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะอายุมากสุดในประวัติศาสตร์ที่คว้าตำแหน่งดาวซัลโวของพรีเมียร์ลีก วาร์ดี้ ระเบิดฟอร์มกดไปถึง 23 ประตู คว้ารองเท้าทองคำฤดูกาลนี้ไปครอบครอง พร้อมทำสถิติยิงทะลุเกิน 100 ประตูในพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ กระนั้นกลับน่าเสียดายที่ฟอร์มส่วนตัวของเขา ไม่เพียงพอที่จะช่วยให้เลสเตอร์ ซิตี้ คว้าโควตาไปลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่มา:www.goal.com
News
Video