ก่อนล่าแชมป์ไทยลีก : บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ชุดแชมป์เอฟเอ คัพ 2014 ตอนนี้อยู่ไหน ?

October 07, 2020 - 02:30 PM Updated on October 07, 2020 - 02:30 PM
ปี 2014 เดอะ แรบบิท คว้าแชมป์รายการแรกอย่าง เอฟเอ คัพ มาครองได้สำเร็จ ผ่านมาแล้ว 6 ปี ขุนพลชุดประวัติศาสตร์ ปัจจุบันทำอะไรอยู่บ้าง ?
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2014 เป็นหนึ่งในค่ำคืนประวัติศาสตร์ที่สโมสร บีจี ปทุม ยูไนเต็ด และ เหล่าแฟนบอล ไม่มีวันลืม เมื่อภายใต้การคุมทัพของ อนุรักษ์ ศรีเกิด พวกเขาคว้าแชมป์แรกที่รอคอยมาครองได้สำเร็จ จากการเฉือนเอาชนะคู่แข่งอย่าง ชลบุรี เอฟซี 1-0 ในฟุตบอลเอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศ.. กาลเวลาผ่านไป 6 ปี ในขณะที่ปัจจุบัน เดอะ แรบบิท กำลังอยู่ในเส้นทางลุ้นคว้าแชมป์โตโยต้า ไทยลีก มาครองเป็นสมัยแรก ขุนพลชุดประวัติศาสตร์ในอดีตเหล่านั้น ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ไหน ? และ ทำอะไรกันอยู่ ? นั่งไทม์แมชชีน ย้อนไปชมพร้อมกับเรานริศ ทวีกุล มือกาววัย 36 ปี มีส่วนสำคัญกับความสำเร็จปีนั้น เมื่อยึดมือหนึ่งได้อย่างเหนี่ยวแน่น และ โชว์ฟอร์มเซฟอุตลุต ในเกมรอบชิงชนะเลิศ จนช่วยให้ทีมชนะ ชลบุรี เอฟซี 1-0 ก่อนย้ายออกจากถิ่นลีโอ สเตเดียม หลังจบฤดูกาล 2018 และ ปัจจุบันเฝ้าเสาให้กับ ขอนแก่น เอฟซี ในศึกเอ็ม-150 แชมเปี้ยนชิพ (ไทยลีก2) ทั้งนี้ นริศ ทวีกุล ถือเป็นตำนานของ บีจี ปทุมฯ เมื่อเป็น 1 ใน 6 นักเตะที่ลงสนามให้ทีมถึง 114 นัด ร่วมกับ อำนาจ แก้วเขียว , ศุภชัย คมศิลป์ , พีรพงศ์ พิชิตโชติรัตน์ , ชาตรี ฉิมทะเล และ แมตต์ สมิธธีรพงศ์ พุทธสุขา นายด่านวัย 32 ปี ไม่มีบทบาทกับทีมมากนัก เมื่อเป็นสำรองของ นริศ ทวีกุล โดยมีโอกาสเฝ้าเสาในปีนั้นเพียง 4 นัด ก่อนย้ายออกจากทีมหลังจบซีซั่นดังกล่าวทันที และ ปัจจุบันเฝ้าเสาให้กับ ศรีสะเกษ เอฟซี ในศึกเอ็ม-150 แชมเปี้ยนชิพ (ไทยลีก2)วสันต์ ฮมแสน กองหลังวัย 29 ปี เป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของ เดอะ แรบบิท ชุดนี้ โดยในรอบชิงชนะเลิศ วสินต์ ก็ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง พร้อมทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนช่วยให้ทีมชนะ ชลบุรี เอฟซี 1-0 ก่อนย้ายไปอยู่กับ สุพรรณบุรี เอฟซี เมื่อฤดูกาล 2016 จนถึงปัจจุบันเทรุยูกิ โมนิวะ อดีตกองหลังทีมชาติญี่ปุ่น เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่กับทีมในปีนั้น ก่อนมีส่วนสำคัญช่วยทีมคว้าแชมป์มาครองได้ทันที โดย โมนิวะ เป็นกำลังหลักทั้งในลีก ที่ลงสนามไปถึง 32 นัด เช่นเดียวกับ รอบชิงชนะเลิศ ที่ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง พาทีมชนะ ชลบุรี เอฟซี 1-0 อย่างไรก็ตาม โมนิวะ อยู่กับทีมได้เพียงปีเดียว ก่อนย้ายกลับไปเล่นให้ เซเรโซ โอซากา และ ปัจจุบัน ในวัย 39 ปี ค้าแข้งอยู่กับ Maruyasu Okazaki ในลีกระดับ 4 ของญี่ปุ่นประวีณวัช บุณยงค์ ประวีณวัช นับเป็นกองหลังลูกหม้อของทีม ก่อนถูกดันขึ้นสู่ชุดใหญ่เมื่อฤดูกาล 2011 โดยในปีนั้น เจ้าตัว ถือเป็นหนึ่งในกำลังหลัก ที่ลงสนามในลีกไปถึง 20 นัด รวมถึง ยังได้รับโอกาสออกสตาร์ทเป็นตัวจริง ในรอบชิงชนะเลิศ ที่ชนะ ชลบุรี เอฟซี 1-0 พร้อมช่วยทีมคว้าแชมป์ ช้าง เอฟเอคัพ มาครองได้สำเร็จ กระทั่งย้ายออกจากทีมไปอยู่กับ การท่าเรือ เอฟซี เมื่อช่วงเลกสอง ปี 2017 และ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ช่วงสั้นๆ โดยปัจจุบันค้าแข้งให้ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ทั้งนี้ ประวีณวัช บุณยงค์ ฝากสถิติลงสนามให้ บีจี ปทุมฯ ไปถึง 110 นัดรวมทุกรายการ แบ่งเป็นตัวจริงถึง 95 นัด และ สำรอง 15 นัดสุวรรณภัทร์ กิ่งแก้ว นอกจาก ประวีณวีช แล้ว สุวรณณภัทร์ เป็นอีกหนึ่งนักเตะลูกหม้อของทีม ที่ถูกดันขึ้นสู่ชุดใหญ่ โดยในปีนั้น เจ้าตัว ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในเกมรอบชิงชนะเลิศ ที่ชนะ ชลบุรี เอฟซี 1-0 ในวัยเพียง 20 ปี และ มีโอกาสลงสนามในลีกไป 12 นัด แต่หลังจากนั้น ไม่สามารถสอดแทรกขึ้นมาเป็นตัวหลักได้ จึงถูกปล่อยไปอยู่กับ เชียงใหม่ เอฟซี และ ปัจจุบันค้าแข้งให้กับ ราชประชา ทีมพันธมิตรของ บีจี ปทุมฯ ในศึกไทยลีก 3 ภูริทัต จาริกานนท์ แม้จะย้ายมาอยู่กับทีมด้วยสัญญายืมตัว แต่กองกลางวัย 31 ปี ก็มีส่วนร่วมกับเกมประวัติศาสตร์ในปีนั้น เมื่อออกสตาร์ทเป็นตัวจริง และ ทำผลงานได้น่าประทับใจ ในเกมที่ชนะ ต้นสังกัดเก่าอย่าง ชลบุรี เอฟซี 1-0 พร้อมมีสถิติลงสนามในลีกไปถึง 20 นัด และ ย้ายกลับไปอยู่กับ ฉลามชล หลังจบซีซั่นดังกล่าวทันที ต่อด้วยไปอยู่กับ ราชบุรี มิตรผลฯ และ พีที ประจวบฯ ในปัจจุบันพีรพงศ์ พิชิตโชติรัตน์ ห้องเครื่องวัย 36 ปี ค้าแข้งกับทีมมาตั้งแต่ยุค ธ.กรุงไทย และ เป็นกำลังหลักมาโดยตลอด เช่นเดียวกับปีนั้น ที่ พีรพงศ์ ยืมคุมแดนกลางร่วมกับ ภูริทัต จาริกานนท์ ได้อย่างยอดเยี่ยม จนช่วยทีมเอาชนะ ชลบุรี เอฟซี 1-0 คว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ และ ปัจจุบัน เพิ่งถูก บีจี ปทุมฯ ดึงกลับมาร่วมทัพอีกครั้งในปีนี้ หลังย้ายออกไปคว้าแชมป์โตโยต้า ไทยลีก กับ สิงห์ เชียงรายฯ ด้วยสัญญายืมตัว เมื่อฤดูกาล 2019เจษฎากร เหมแดง ดาวเตะวัย 34 ปี เพิ่งย้ายจาก ชลบุรี เอฟซี มาอยู่กับทีมในปีนั้น ก่อนเป็นกำลังหลักทันที ทั้งในลีกที่ลงสนามครบทั้ง 34 นัด รวมถึงเกมรอบชิงชนะเลิศ ที่ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง ช่วย บีจี ปทุมฯ เอาชนะทีมเก่าอย่าง ฉลามชล 1-0 จนคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ ก่อนย้ายออกจากถิ่นลีโอ สเตเดียม หลังจบฤดูกาล 2016 และ ปัจจุบันอยู่กับ อุทัยธานี เอฟซี ในศึกเอ็ม-150 แชมเปี้ยนชิพ (ไทยลีก2)ดาร์โก ทาเซฟสกี้ พ่อมดชาวมาซิโดเนีย เป็นอีกหนึ่งนักเตะที่เพิ่งย้ายมาอยู่กับ บีจี ปทุมฯ ในปีนั้น ก่อนเป็นกำลังหลัก และ โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมทันที โดยเฉพาะการประสานงานร่วมกับ ลาซารัส คาอิมบี้ ที่ทำได้อย่างลงตัว รวมถึงในเกมรอบชิงชนะเลิศ​ ที่ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงช่วยทีมเอาชนะ ชลบุรี เอฟซี 1-0 จนคว้าแชมป์มาครองได้ในที่สุด ดาร์โก อยู่ค้าแข้งกับทีม 2 ฤดูกาล ก่อนย้ายออกไปอยู่กับ สุพรรณบุรี เอฟซี เมื่อปี 2016 ต่อด้วย ขอนแก่น เอฟซี กระทั่งปี 2019 มิดฟิลด์เชิงสูงวัย 36 ปี ตัดสินใจอำลาเมืองไทย ด้วยการไปเล่นกับ สลาเวีย โซเฟีย ทีมในลีกสูงสุดของบัลแกเรีย จนถึงปัจจุบันลาซารัส คาอิมบี้ กองหน้าชาวนามิเบีย ย้ายจากโอสถสภาฯ มาอยู่กับทีมในปีนั้น ก่อนสร้างชื่อเป็นที่จดจำจนถึงทุกวันนี้ เมื่อเป็นฮีโร่ ยิงประตูชัยในเกมรอบชิงชนะเลิศ ที่ชนะ ชลบุรี เอฟซี 1-0 นอกจากมีส่วนสำคัญช่วยทีมคว้าแชมป์แล้ว ‘ลาซ่า’ ยังคว้านักเตะยอดเยี่ยม หรือ MVP มาครองได้อีกด้วย ก่อนย้ายออกไปอยู่กับ สิงห์ เชียงรายฯ เมื่อฤดูกาล 2016 และ ปัจจุบันในวัย 32 ปี ค้าแข้งอยู่กับ Kelantan FA ในลีกสูงสุดมาเลเซียบลาเซ อิลิโจสกี้ กองหน้าชาวมาซิโดเนีย เพิ่งย้ายมาอยู่กับทีมในช่วงเลกสองปีนั้น แต่ก็มีส่วนไม่น้อย ที่ช่วย เดอะ แรบบิท คว้าแชมป์แรกที่รอคอยมาครองได้สำเร็จ เมื่อมีโอกาสออกสตาร์ทเป็นตัวจริง ในเกมรอบชิงชนะเลิศ ที่ ชนะ ชลบุรี เอฟซี 1-0 ด้วย นอกจากนี้ ยังทำไป 6 ประตู จาก 14 เกมในลีก แต่ก็อยู่กับทีมแค่ครึ่งฤดูกาล ก่อนย้ายกลับไปเล่นกับ ราบอต์นิชกี ทีมในบ้านเกิดในปัจจุบันโกชิ โอคุโบะ กองหน้าชาวญี่ปุ่น เพิ่งย้ายมาอยู่กับทีมในปีนั้น ก่อนทำผลงานได้ดีทันที ทั้งในลีกที่ลงเล่นไปถึง 31 นัด ยิง 11 ประตู รวมถึงแชมป์ประวัติศาสตร์ครั้งนี้ ที่ โอคุโบะ ได้ลงสนามเช่นกัน ในฐานะตัวสำรอง โดยช่วยให้ บีจี ปทุมฯ เอาชนะ ชลบุรี เอฟซี ได้สำเร็จ 1-0 ขณะที่ปัจจุบัน ในวัย 34 ปี ยังปักหลักค้าแข้งในไทยกับ ราชนาวี เอฟซี นอกจากนี้ ยังเปิดอคาเดมี่สอนฟุตบอลเด็ก อายุ 6-15 ปีด้วยศุภเสกข์ ไก่แก้ว กองหน้าวัย 33 ปี เป็นผู้เล่นตัวหลักของ บีจี ปทุมฯ ในปีนั้น เมื่อลงเล่นในลีกไปถึง 32 นัด ยิง 4 ประตู เช่นเดียวกับฟุตอลถ้วย เอฟเอ คัพ ที่ ศุภเสกข์ ก็ถูกส่งลงสนามอยู่ตลอด รวมถึงในรอบชิงชนะเลิศ ที่ถูกเปลี่ยนลงมาช่วง 15 นาทีสุดท้าย กระทั่งช่วยทีมเอาชนะ ชลบุรี เอฟซี 1-0 คว้าแชมป์มาครองได้ในที่สุด ก่อนย้ายออกจากทีมไปอยู่กับ ไทยฮอนด้าฯ เมื่อปี 2017 และ ปัจจุบันอยู่กับ ราชประชา ทีมพันธมิตรของ บีจี ปทุมฯ ในศึกไทยลีก 3ชาตรี ฉิมทะเล กองหน้าจอมเหินเวหา นับเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นตัวหลักของทีมในปีนั้น โดยเฉพาะในลีกที่ลงเล่นไป 25 นัด ทำ 5 ประตู รวมถึง เกมนัดประวัติศาสตร์ ที่ ชาตรี มีส่วนร่วมเช่นกัน เมื่อถูกส่งลงสนามช่วงนาทีสุดท้าย ก่อนช่วยทีมคว้าแชมป์ มาครองได้สำเร็จ และ ปัจจุบัน ก็ยังอยู่กับทีม มาตั้งแต่ส่งแข่ง ถ้วย ง. เรียกได้ว่าผ่านร้อนผ่านหนาวมากับทีมแทบทุก ช่วงเวลา และ ขาดอีกเพียง 1 ประตู ก็จะขึ้นแท่นเป็นนักเตะประวัติศาสตร์ที่ยิงให้ เดอะ แรบบิท ถึง 100 ประตูทันทีบดินทร์ ผาลา แนวรุกวัย 25 ปี เพิ่งถูก บีจี ปทุมฯ ดันขึ้นสู่ชุดใหญ่ในปีนั้นครั้งแรก แม้ว่าจะไม่มีโอกาสลงสนามในเกมรอบชิงชนะเลิศ แต่ บดินทร์ ก็มีโอกาสลงสนามรวมทุกรายการไปถึง 18 นัด และ ยิง 2 ประตู ก่อนย้ายออกไปอยู่กับ สิงห์ เชียงรายฯ และ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ ปัจจุบันอยู่กับ การท่าเรือ เอฟซี โดยพัฒนาตัวเองขึ้นมาเป็นผู้เล่นตัวหลัก รวมถึง ก้าวติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ เป็นที่เรียบร้อยปาณเดชา เงินประเสริฐ กองกลางวัย 25 ปี เป็นอีกหนึ่งผู้เล่นเยาวชนที่ถูก เดอะ แรบบิท ดันขึ้นสู่ชุดใหญ่เมื่อปี 2013 โดยแม้ว่าในเกมรอบชิงชนะเลิศ จะไม่มีโอกาสลงสนาม แต่ในปีนั้น สุบรรณ ก็ถือเป็นแบ็คอัพชั้นดี ที่ลงเล่นในลีกไป 10 นัด และ ทำได้ 1 ประตู ก่อนย้ายออกจากถิ่นลีโอ สเตเดียม ไปอยู่กับ สุพรรณบุรี เอฟซี ตั้งแต่ฤดูกาล 2016 จนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ ปาณเดชา ถือเป็นผู้เล่นอายุน้อยสุดอันดับ 2 ที่ทำประตูให้ บีจี ปทุมฯ ในวัยเพียง 18 ปี 6 เดือน 21 วัน จากเกมที่พบกับ ราชบุรี มิตรผลฯ วันที่ 13 พฤษภาคม 2013ธนาสิทธิ์ ศิริผลา ปีกขวาวัย 25 ปี ถูกดันขึ้นสู่ชุดใหญ่ตั้งแต่ฤดูกาล 2013 และ ถือเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่ได้รับโอกาสลงสนามมากที่สุด ทว่าในปีนั้น ธนาสิทธิ์ มีอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่ตลอด ทำให้ไม่ได้ลงเล่นในเกมรอบชิงชนะเลิศ ที่ชนะ ชลบุรี เอฟซี 1-0 และ มีโอกาสลงเล่นในลีกไปเพียง 11 นัดเท่านั้น ก่อนย้ายออกจากทีมไปอยู่กับ สุพรรณบุรี เอฟซี เมื่อฤดูกาล 2016 ต่อด้วย การท่าเรือ เอฟซี ในปัจจุบัน ทั้งนี้ ธนาสิทธิ์ เป็นเจ้าของสถิติผู้เล่นอายุน้อยสุดในประวัติศาสตร์ ที่ทำประตูให้ บีจี ปทุมฯ ในวัยเพียง 18 ปี 1 เดือน 19 วัน จากเกมพบกับ ทีโอที เอสซี วันที่ 28 กันยายน 2013องอาจ ภมรประเสริฐ มิดฟิลด์ฮาร์ดแมน เป็นอีกหนึ่งลูกหม้อ ที่ถูกทีมดันขึ้นสู่ชุดใหญ่ โดยในปีนั้น องอาจ โชว์ฟอร์ได้อย่างยอดเยี่ยมในช่วงออกสตาร์ทฤดูกาล แต่ดันโชคร้ายได้รับบาดเจ็บหนัก ทำให้พลาดโอกาสช่วยทีม ในเกมรอบชิงชนะเลิศ ที่ชนะ ชลบุรี เอฟซี 1-0 ก่อนย้ายออกไปอยู่กับ อาร์มี่ ยูไนเต็ด จากนั้น มีอาการป่วยหนักในช่วงปี 2018 จนส่งผลให้ ต้องแขวนสตั๊ดในวัยเพียง 25 ปี และ ปัจจุบัน กลับมาช่วยงานสตาฟฟ์โค้ชเยาวชนในทีม บีจี ปทุมฯศุภชัย คมศิลป์ แบ็คซ้ายวัย 37 ปี เป็นกำลังหลักของทีมในปีนั้น ทั้งในลีก และ เอฟเอคัพ ที่ ศุภชัย มีส่วนสำคัญพา บีจี ปทุมฯ ผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศครั้งแรก แต่น่าเสียดายที่ เจ้าตัว ไม่มีโอกาสลงสนามช่วยทีมในเกมชิงดำ ที่ชนะ ชลบุรี เอฟซี 1-0 ก่อนประกาศแขวนสตั๊ดช่วงปลายปี 2017 และ ปัจจุบัน เป็นผู้ช่วยผู้ฝึกสอนของ ดุสิต เฉลิมแสน ในทีมชุดใหญ่ ทั้งนี้ ศุภชัย เป็น 1 ใน 6 นักเตะ ที่ลงสนามให้ เดอะ แรบบิท ถึง 114 นัด ร่วมกับ อำนาจ แก้วเขียว , นริศ ทวีกุล , พีรพงศ์ พิชิตโชติรัตน์ , ชาตรี ฉิมทะเล และ แมตต์ สมิธปิยะชาติ ถามะพันธ์ แบ็คซ้ายวัย 34 ปี ย้ายมาค้าแข้งในถิ่นลีโอ สเตเดียม ตั้งแต่ฤดูกาล 2013 แม้ว่าช่วงแรกจะได้รับโอกาสลงสนามพอสมควร แต่เเข้าสู่ซีซั่น 2014 ปิยะชาติ กลับมีบทบาทน้อยลง โดยในปีนั้น ลงเล่นในลีกไปเพียง 10 นัด และ ไม่มีส่วนร่วมในเกมรอบชิงชนะเลิศที่ชนะ ชลบุรี เอฟซี 1-0 ก่อนย้ายออกจากทีมไปอยู่กับ การท่าเรือ เอฟซี เมื่อปี 2017 และ ปัจจุบัน ค้าแข้งให้กับ อยุธยา ยูไนเต็ด ในศึกเอ็ม-150 แชมเปี้ยนชิพ (ไทยลีก2)อำนาจ แก้วเขียว ตำนานกองหลังวัย 45 ปี เป็นกำลังหลักของทีมตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่ในปีนั้น ด้วยอายุที่มากขึ้น ทำให้ อำนาจ มีโอกาสลงสนามที่น้อยลง รวมถึง ในเกมรอบชิงชนะเลิศ ที่ชนะ ชลบุรี เอฟซี 1-0 ซึ่ง ‘น้าอ่ำ’ ก็ไม่มีโอกาสลงสนาม อย่างไรก็ตามนั่นก็ถือเป็นค่ำคืนประวัติศาสตร์ที่เจ้าตัวมีส่วนร่วมด้วย ก่อนประกาศแขวนสตั๊ด หลังจบฤดูกาล 2014 ทันที จากนั้น อำนาจ ยังวนเวียนอยู่กับทีมมาโดยตลอด ทั้งบทบาทสตาฟฟ์โค้ช และ เคยขึ้นมาคุมทัพช่วงสั้นๆ ปี 2018 ขณะที่ปัจจุบันเป็นกุนซือใหญ่เต็มตัวให้กับ เชียงใหม่ เอฟซี ในศึกเอ็ม-150 แชมเปี้ยนชิพ (ไทยลีก2) ที่มา:www.goal.com
News
Video